บทที่ 9 เลขา สาวใช้ และเมียเถื่อน (05)

“พาเธอไปเจอกับคนที่คิดถึงไง” ตอบอย่างอารมณ์ดี และกระชากร่างสวยให้ปลิวหวือตามไป ก่อนที่จะเดินลิ่วๆ เพื่อไปเจอกับใครคนหนึ่งซึ่งเขาเชิญมาเพื่อเป็นการเซอร์ไพรส์คนตัวเล็ก และรับรองว่า เพียงรัมภาต้องเจ็บปวดปางตาย ต้องร้องไห้เสียน้ำตาและคร่ำครวญเรียกหา     

           “พี่อัศวิน” เรียกราวกับละเมอ หัวใจชาหนึบเหมือนกับโดนเข็มทิ่มแทงจนพรุนไปทั่ว ขาที่เคยก้าวเดินก็ไร้กำลัง ใบหน้าซึ่งถูกแต่งแต้มให้สวยงามก็มีน้ำตาเอ่อล้น และก็เข้าใจแล้วว่า คนที่พยัคฆ์บอกว่าเจ้าหล่อนกำลังคิดถึงนั่นคือใคร ก่อนที่จะต้องกลั้นน้ำตาเมื่อเห็นอดีตคนรักย่างก้าวเข้ามาหา    

           “รัมภา” เมื่อเห็นคนซึ่งเคยทิ้งไปก็รีบสาวเท้าเข้ามาหา แต่ทว่ากลับโดนขวางจากใครคนหนึ่ง      

           “สวัสดีครับคุณอัศวิน” พยัคฆ์กล่าวขึ้นและคว้าเอวคอดของเพียงรัมภาเข้ามาสวมกอดอย่างแนบแน่นจนหญิงสาวต้องเม้มเรียวปากเพราะความเจ็บ

           “สวัสดีครับคุณพยัคฆ์” อัศวินกล่าวหน้าเจื่อน ถอยห่างออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะปั้นยิ้มส่งไปให้เพียงรัมภาและพยัคฆ์       

           “สบายดีหรือครับแล้วตอนนี้ภรรยาของคุณท้องกี่เดือนแล้วครับ” พยัคฆ์เน้นน้ำหนักประโยคหลังและหันกลับมาส่งยิ้มพิมพ์ละไมให้กับภรรยาเถื่อน ก่อนที่จะหัวเราะอยู่ในลำคอ เมื่อเพียงรัมภาทำท่าทางอ่อนแอมีน้ำตา ยิ่งเห็นเขาก็ยิ่งสะใจเป็นอย่างมาก 

           “สบายดีครับ นิสาท้องได้สี่เดือนแล้ว” คลี่ยิ้มนิดๆ เมื่อพูดถึงภรรยา แต่ต้องรีบหุบยิ้มเมื่อเห็นน้ำตาของอดีตคนรัก “แล้วรัมภาสบายดีไหมครับ” แม้รู้ว่าเพียงรัมภายังรักตนเองอยู่เต็มอก แต่เขาก็ทำได้แค่เพียงส่งยิ้มให้เท่านั้น รู้สึกผิดไม่น้อยที่ไม่อาจทนแรงบีบจากบิดาของแฟนสาวไหว จึงตัดสินใจขอเพื่อนรักของเพียงรัมภาแต่งงาน ซึ่งเรื่องนี้ทำให้หญิงสาวช็อกไม่น้อย และที่เลือกแต่งกับนิสาก็เพราะเจ้าหล่อนแอบชอบตนเองมานาน

           “รัมภาสบายดีค่ะ ฝากความคิดถึงไปให้นิสาด้วยนะคะ ฝากบอกด้วยว่า รัมภาคิดถึง” แม้จะเจ็บเพียงใดก็ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้สึกรู้สา และเข้าใจทุกอย่างดี ไม่เคยถือโทษโกรธทั้งคู่ เนื่องจากนิสาก็เป็นคนดี ส่วนอัศวินก็เป็นผู้ชายที่จิตใจอ่อนโยน ทั้งคู่จึงเหมาะสมกันราวกิ่งทองใบหยก    

           “ผงเข้าตาหรือรัมภา น้ำตาไหลเชียว” ชายร่างโตขยับมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้ภรรยา แต่มุมปากทั้งสองเหยียดขึ้นเป็นการเย้ยหยันและตอกย้ำความชอกช้ำของเพียงรัมภา  

           มือทั้งสองกำเข้าหากันด้วยความเจ็บใจระคนเจ็บปวด มารร้ายตนนี้ช่างเจ้าแผนการ ในหัวคงมีแต่เรื่องชั่วๆ เรื่องเลวทราม แต่ทว่าหญิงสาวกลับห้ามน้ำตาของตนเองไม่ได้ ยิ่งถูกพยัคฆ์ดึงเข้าไปสวมกอดยิ่งทำให้ต้องจมอยู่กับน้ำตาและความเกลียดชัง

           “ซึ้งใจจนต้องร้องไห้เลยหรือรัมภา หรือว่ากำลังอิจฉาครอบครัวแสนสุขที่ไม่มีตัวมารอย่างเธอไปขัดขวาง” พยัคฆ์จูบที่ต้นคอและเงยขึ้นกระซิบที่ข้างหู

           “คุณมันชั่วร้าย” หัวใจซึ่งสะท้านไม่อาจทนไหวจึงต้องเอ่ยด่าทอคนหยาบช้าที่ไร้หัวใจ          

           “ขอบคุณสำหรับคำชมนะรัมภา แต่ว่าวันนี้ฉันอารมณ์ดีไม่โกรธเธอหรอกนะ” จากนั้นพยัคฆ์ก็ถอยห่างจากเพียงรัมภา และปล่อยให้คนตัวเล็กวิ่งร้องไห้ออกไปจากงาน    

           “รัมภา” ฝ่ายอัศวินก็ทำท่าจะตามไป แต่มือหนายกขึ้นมาปรามเสียก่อน

           “ภรรยาของผมต้องการพักผ่อน ไม่ต้องตามไปหรอกครับ” น้ำเสียงของพยัคฆ์เริ่มเข้มข้นขึ้น ส่งสายตาไปปรามอัศวิน ดูท่าทางแล้วหัวใจของอัศวินจะยังมีเพียงรัมภาอยู่อย่างมากล้น ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่ดีเพราะจะทำให้เกมนี้มีสีสันเพิ่มขึ้น 

           งานเลี้ยงต้อนรับหุ้นส่วนก็ดำเนินไปได้ด้วยดี อาหารถูกปากถูกใจทุกคน พยัคฆ์ต้อนรับขับสู้ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม และเป็นมิตรไม่เหมือนกับตอนที่อยู่กับหญิงสาวเลยสักนิด ใบหน้าของเขาดุกร้าวราวเจ้ายักษ์ตัวโต เป็นมารร้ายที่ความแค้นฝังลึกในจิตใจ ก่อนที่จะหันมาพูดคุยกับหุ้นส่วนรายใหญ่อย่างราฟาเอล      

           “สวัสดีครับคุณราฟาเอล” น้ำเสียงนุ่มลื่น ปั้นยิ้มบนใบหน้า

“สวัสดีครับคุณพยัคฆ์ สบายดีนะครับ” ราฟาเอลหุ้นส่วนรายใหญ่ด้านโรงแรมกล่าวด้วยรอยยิ้ม และเขาก็เป็นหุ้นส่วนตั้งแต่สมัยปู่ของพยัคฆ์        

           “สบายดีครับ ท่านคงสบายดีนะครับ ได้ข่าวว่าเพิ่งจะได้หลานชายใช่ไหมครับ”          

           “ใช่แล้ว แล้วเมื่อไหร่พยัคฆ์จะมีบ้างล่ะ ผมจะได้รอรับขวัญหลานบ้าง” คำพูดของราฟาเอลทำให้รอยยิ้มของพยัคฆ์เหือดหายในทันที         

           “คงอีกไม่นานครับท่าน ตอนนี้ผมก็เร่งทำการบ้านอยู่ทุกวัน ยังไงไม่นานเกินรอท่านต้องได้อุ้มหลานแน่” พยัคฆ์แกล้งหัวเราะออกมาราวกับทุกอย่างที่พูดต้องเป็นจริง ทว่าเขากำลังปดคำโต เมื่อยังไงเขาก็ไม่มีทางมีลูกกับเพียงรัมภาได้ ในเมื่อเขาป้องกันทุกครั้งแถมยังบังคับให้เจ้าหล่อนกินยาคุมอีกต่างหากเพื่อป้องกันความผิดพลาด   

           ถึงแม้ความแค้นที่มีอยู่จะเต็มหัวใจแต่ชายหนุ่มก็ไม่เลือกที่จะเอาเลือดเนื้อเชื้อไขของตนเองมาจมกับวังวนความแค้น ชายหนุ่มคุยกับราฟาเอลได้สักพักจึงแยกตัวออกมา และในจังหวะที่เขาสาวเท้าออกห่างนั้นก็ชนกับใครคนหนึ่งเข้า

           “อุ๊ย ขอโทษครับ” รีบก้มหัวขอโทษ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป